Menu

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เว็บไซต์แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไทยแลนด์ เว็บไซต์อัพเดทข่าวสารฟุตบอลที่เกี่ยวข้องกับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้

การเปลี่ยนแปลงที่น่าติดตาม

   

    หลังจากที่โดนยูฟ่าสั่งลงโทษ ห้ามเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรปจำนวน 2 ฤดูกาล และปรับเงินจำนวน 30 ล้านยูโร แมนเขสเตอร์ ซิตี้ ก็ตกเป็นข่าวรายวันถึงเรื่องอนาคตของสโมสรว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงเรื่องโครงสร้างของทีมโดยเฉพาะนักเตะและผู้จัดการทีม ซึ่งตอนนี้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ทำการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลกีฬาโลกหรืออนุญาโตตุลาการให้พิจารณา และคาดว่าจะน่าจะมีขอสรุปภายใน 90 วันต่อจากนี้ การที่ไม่ได้เล่นในฟุตบอลยุโรปโดยเฉพาะฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้รายได้ของสโมสรมีปัญหาแน่นอน โดยจะส่งผลต่อค่าเหนื่อยของนักเตะที่คาดว่าน่าจะมีการลดค่าเหนื่อยผู้เล่นลงไป หรือต้องขายนักเตะออกไป เพื่อทำให้สโสรมีรายได้เข้ามาทดแทน นักเตะที่คาดว่าน่าจะถูกขายออกไป ในกรณีที่อุทธรณ์ไม่ผ่านก็คือ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่ได้รับความสนใจจากสองยอดทีมแห่งศึกลาลีกาสเปนอย่าง บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด นอกจากนี้น่าจะมีรายชื่อนักเตะอีกหลายๆคนที่น่าจะถูกนำมาพิจารณาอีกครั้ง เชื่อว่าในช่วงซัมเมอร์นี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ที่จะส่งผลต่ออานคตของทีมในระยะยาว ขึ้นอยู่กับผลของการอุทธรณ์ว่าจะออกมาในรูปแบบใด น่าติดตามจริงๆ สำหรับยอดทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ทีมนี้

ข้อมูลโดย เว็บไซต์หวยเด็ด

เป๊ป เผยเขาไม่ได้เก่งที่สุดในโลก

 

  ข่าวฟุตบอลของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดย เว็บไซต์ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์  เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชาวสเปนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้สัมภาษณ์กับฟุตบอลเดลี่ ว่าตอนนี้เขาไม่ใช่กุนซือที่เก่งที่สุดในโลก พร้อมยกตัวอย่างว่าตนเองคงไม่สามารถคุมทีมเป็นแชมป์หากไม่ได้อยู่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กวาร์ดิโอล่า ประสบความสำเร็จในการคุมทีม นับตั้งแต่เริ่มคุมทีมกับบาร์เซโลน่า  บาเยิร์น มิวนิค และล่าสุดกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยผลงานการคว้าแชมป์ และรูปแบบการเล่นทำให้เขาถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกุนซือที่เก่งที่สุดในโลก โดยกวาร์ดิโอล่า กล่าวเสริมว่า ถ้าเขาไม่ได้คุมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาอาจจะไม่ประสบความสำเร็จก็ได้

แม้ว่าเป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่ก็ยังมีใครหลายๆคน ที่ตั้งคำถามกับฝีมือการคุมทีมของเขา เพราะไม่เคยไปคุมทีมขนาดกลาง หรือ ขนาดเล็ก ซึ่งถ้าเขาไปคุมทีมระดับนี้และมีทรัพยากรจำกัด เขาจะทำงานได้ดีแบบนี้หรือไม่ ซึ่งก็ต้องรอการพิสุจน์อีกครั้ง ถ้าเขาได้ไปคุมทีมในระดับนี้

 

‘กรีลิช’ ได้ย้ายแน่!

     

   ในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้มีนักเตะในตำแหน่งกองกลางหลายคนเลยทีเดียวที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ซึ่งแจ็ค กรีลิช กองกลางกัปตันทีมของแอสตัน วิลล่า ทีมในกลุ่มท้ายตารางในเวลานี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น ถึงแม้ว่าผลงานโดยรวมของเขาจะไม่ดีก้ตาม แต่ดาวเตะวัย 24 ปีรายนี้ก็ยังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนตกเป็นเป้าหมายของบรรดายักษ์ใหญ่ในลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังมองหากองกลางรายใหม่เข้ามาเสริมทีมในช่วงเดือนมกราคมนี้ หลังจากที่กองกลางตัวหลักต่างพากันโดนอาการบาดเจ็บลักพาตัวหายไปจากทีม ไม่ว่าจะเป็นปอล ป็อกบา และสก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ทำให้ทีม “ปีศาจแดง” กำลังมองหากองกลางรายใหม่เข้ามาสู่ทีม ซึ่งแจ็ค กรีลิชก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกด้วย ถึงแม้ว่าข่าวจะหนักไปทางบรูโน่ แฟร์นันเดส กองกลางโปรคุกีส กับเจมส์ แมดดิสัน เพลย์เมคเกอร์ของเลสเตอร์ ซิตี้มากกว่า

เมื่อช่วงก่อนเริ่มฤดูกาลที่แล้ว แจ็ค กรีลิช มีข่าวการย้ายทีมอย่างหนักกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แต่สุดท้ายแล้วดีลก็ไม่เกิดขึ้น แต่เขาก็สามารถพาทีม “สิงห์ผยอง” ขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกจนได้ ทำให้ฤดูกาลนี้เขาได้โชว์ศักยภาพในพรีเมียร์ลีกอย่างเต็มที่ ซึ่งเชื่อว่าสุดท้ายแล้วเขาจะได้ย้ายออกจากถิ่นวิลล่า พาร์คอย่างแน่นอน อยู่ที่ว่าจะเป็นตอนไหนเท่านั้น ซึ่งแอสตัน วิลล่า กำลังต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นในฤดูกาลนี้ ทำให้พวกเขาดูเหมือนว่าจะตัดสินใจไม่ปล่อยดาวเตะรายนี้ออกจากทีม เนื่องจากจะไม่สามารถหาตัวแทนได้ทันเวลา ซึ่งสุดท้ายอาจจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องก็ได้ หากว่าเขาสามารถพาทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ แต่หากว่าทีมดันต้องตกชั้นในฤดูกาลนี้ อาจจะทำให้ค่าตัวของเขาลดลงอย่างน่าตกใจก็เป็นได้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีข่าวหลุดออกมาว่ามีเงื่อนไขค่าฉีกสัญญาในตอนที่ทีมตกชั้นหรือไม่ อย่างในกรณีของเซอร์ดาน ชากิรี่ ปีกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ที่ลิเวอร์พูลไปคว้าตัวจากสโต๊ค ซิตี้มาได้อย่างสุดถูกเนื่องจากมีสัญญาแบบนี้นั่นเอง ซึ่งหากแจ็ค กรีลิช มีสัญญาแบบนั้นค่าตัวของเขาจะถูกลงทันที และจะทำให้แอสตัน วิลล่าไม่สามารถปฏิเสธข้อเสนอได้อีกด้วย ซึ่งนี่เป็นการเสี่ยงเล็กๆ ของแอสตัน วิลล่าเช่นกันกับการเก็บกัปตันทีมรายนี้ไว้กับทีมต่อไป

ยอมยกธง!

 

  แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยล่าสุดอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดูท่าว่าอาจจะต้องยอมยกธงเสียแล้ว ในการที่จะล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 3 ติดต่อกันในฤดูกาลนี้ หลังจากที่พวกเขาทำได้เพียงแค่เสมอกับครัสตัล พาเลซ ทีมจอมแสบของพวกเขาไป 2-2 ที่อิติฮัด สเตเดี้ยม ซึ่งทำให้การไล่ตามจ่าฝูงอย่างลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ยิ่งยากขึ้นไปอีก เมื่อคะแนนห่างอยู่แบบนี้ และดูท่าแล้วอาจจะห่างมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยซ้ำหากว่าทีม “หงส์แดง” ยังไม่แผ่ว และยังฟอร์มแรงเหมือนอย่างช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา

เมื่อฤดูกาลที่แล้วแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็แพ้คาบ้านให้กับคริสตัล พาเลซมาแล้ว 2-3 ที่เป็นนัดที่เกิดลูกยิงผีจับยัดของอันดรอส ทาวเซ่น ปีกตัวเก่งของทีม “ปราสาทเรือนแก้ว” นั่นเอง ที่วอลเล่ย์เต็มเหนี่ยวพุ่งผ่านเอแดร์ซอนเข้าประตูไป และฤดูกาลนี้พวกเขาก็กลับมาทำแสบใส่เป็ป กวาดิโอล่าได้อีกครั้ง ทั้งๆ ที่ซิตี้สามารถพลิกสถานการณ์จากตามหลังในครึ่งแรกกลับมาได้แล้วจาก 2 ประตูภายใน 5 นาทีของเซร์คิโอ อเกวโร่ในนาทีที่ 82 และ 87 แต่ทว่าช่วงทดเวลาบาดเจ็บแฟร์นานดินโญ่ ที่ถูกจับไปเล่นเป็นปราการหลังตัวกลางในฤดูกาลนี้ดันมาสกัดบอลเข้าประตูตัวเองอีก ทำให้สุดท้ายแล้วจบลงด้วยการเสมอกัน 2-2 ซึ่งตลอด 2 ฤดูกาลคริสตัล พาเลซ ยิงใส่แมนฯ ซิตี้ได้เพียงแค่ 10 ครั้งเท่านั้น แต่มันกลับกลายเป็น 5 ประตูของทีมซะงั้น และได้มาถึง 4 คะแนนใน 2 ปี ซึ่งทีมใหญ่ก็ทำแบบนี้ไม่ได้

สถานการณ์แบบนี้ดูท่าแล้วกุนซือชาวสแปนิชอาจจะเอาแค่ประครองให้เข้าไม่ต่ำกว่าอันดับที่ 4 ตอนจบฤดูกาลก็เป็นพอ แล้วไปใส่เต็มเหนี่ยวในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รายการที่เขาอยากจะพาทีมประสบความสำเร็จเสียทีอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าต่อจากนี้

สาเหตุสำคัญที่ทำให้พวกเขาไม่สม่ำเสมอในฤดูกาลนี้ก็มาจากการที่เสียประตูเยอะนั่นเอง ซึ่งก็สืบเนื่องมาจากอาการบาดเจ็บของกองหลังตัวหลักอย่างอเมริค ลาปอร์ก กองหลังฝรั่งเศสนั่นเอง รวมถึงการที่นัดกันฟอร์มตกอย่างจอห์น สโตน และนิโคลัส โอตาเมนดี้ด้วย และการจับกองกลางอย่างแฟร์นานดินโญ่ หรือโรดรี้มาเล่น ก็ทำให้เกิดจุดอ่อนในแนวรับอีกด้วย ซึ่งคู่แข่งต่างก็จ้องเล่นงานพวกเขาในจุดนี้อยู่แล้ว

ข้อมูลโดย ทางเข้า ฟีฟ่า55

อนาคตของ ‘เป็ป’

   

  เป็ป กวาดิโอล่า ขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือที่เก่งที่สุดแห่งวงการฟุตบอลยุคนี้ ซึ่งเวลาเขาย้ายไปคุมทีมไหนสามารถการันตีได้ถึงการเป็นแชมป์ลีกได้ในทันที ซึ่งมาถึงฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่ 4 ของเขาในถิ่นอิติฮัด สเตเดี้ยมของแมนเชสเตอร์ ซิตี้แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้สามารถพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาได้ 2 ฤดูกาลล่าสุด และสร้างสถิติให้กับสโมสร และพรีเมียร์ลีกมากมาย ทั้งการทำคะแนนมากที่สุดต่อฤดูกาลที่พวกเขาทำไว้ถึง 100 คะแนน ถึงแม้ว่าฤดูกาลนี้สถิตินี้อาจจะถูกทำลายโดยลิเวอร์พูลก็ตาม

ก่อนหน้านี้ที่เป็ป กวาดิโอล่าออกจากบาร์เซโลน่าไปคุมทีมบาเยิร์น มิวนิคในบุนเดสลีก้า กุนซือวัย 48 ปีรายนี้ก็อยู่คุมทีมเพียงแค่ 3 ฤดูกาลเท่านั้น ออกจะออกมาคุมทีม “เรือใบสีฟ้า” ทำให้คราวนี้บรรดาเกจิ และกูรูในวงการฟุตบอลมองว่าเขาน่าจะคุมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้อีกไม่นาน และน่าจะไปหาความท้าทายใหม่ในลีกอื่น ถึงแม้ว่าสัญญาฉบับใหม่ของเขาจะอยู่กับทีมถึงปี 2021 ก็ตาม ซึ่งก็เหลือสัญญาอีกเพียงปีครึ่งเท่านั้น แต่ด้วยผลงานของทีมที่ตกลงในฤดูกาลนี้ ทำให้ถูกมองว่าเขาอาจจะถูกปลด หรือไม่ก็อาจจะลาออกจากการคุมทีม และออกไปหาความท้าทายใหม่อย่างในอิตาลีเป็นต้น

ฤดูกาลนี้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟอร์มแผ่วลงไปมาก เนื่องจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งการบาดเจ็บของนักเตะตัวหลัก ทั้งเลรอย ซาเน่ ปีกเยอรมันที่เจ็บตั้งแต่นัดชิงคอมมิวนิตี้ ชีลด์ และอเมริค ลาปอร์ก กองหลังฝรั่งเศสที่บาดเจ็บบ่อยครั้ง อีกทั้งบรรดาคู่แข่งในลีกเริ่มมีแนวทางในการรับมือกับแผนการเล่นของเป็ป กวาดิโอล่าบ้างแล้วด้วย ทำให้ฤดูกาลนี้พวกเขาทำแต้มหล่นเป็นว่าเล่น จนถูกลิเวอร์พูลทิ้งห่างสุดกู่จนถึงตอนนี้ แต่หากดูจากท่าทีล่าสุดของสโมสร และตัวกุนซือของทีมแล้ว เป็ป กวาดิโอล่าแล้ว ดูเหมือนว่าอดีตกุนซือบาร์เซโลน่า และบาเยิร์น มิวนิครายนี้น่าจะอยู่คุมทีมจนหมดสัญญาฉบับล่าสุดอย่างแน่นอน แต่หลังจากนั้นไม่แน่ เนื่องจากเขาเป็นเหมือนมือปืนรับจ้างที่จะทำให้ทีมประสบความสำเร็จตามเป้าหมายระยะสั้นมากกว่าที่จะคุมทีมแบบยาวถาวรไปจนแก่เฒ่า ซึ่งกุนซือสมัยนี้ก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น และคงไม่มีคุมทีมยาวแบบเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน หรืออาร์เซน เวนเกอร์อีกแล้วในสมัยนี้

เซ็นเตอร์จำเป็น!

  ทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์เก่าของศึกพรีเมียร์ลีก 2 สมัยติดต่อกัน มีจุดเด่นที่เกมรุกเป็นหลักมาโดยตลอดในยุคการคุมทีมของเป็ป กวาดิโอเล่า ยอดกุนซือชาวสแปนิช ซึ่งพวกเขาไล่บดขยี้คู่แข่งด้วยเกมรุกอันดุดันมาโดยตลอด แต่ทว่าอดีตกุนซือบาร์เซโลน่า และบาเยิร์น มิวนิครายนี้มักให้ความสำคัญกับเกมรับไม่แพ้กัน เพราะนั่นคือพื้นฐานของฟุตบอลนั่นเอง ซึ่งพวกเขาใช้เงินซื้อนักเตะในตำแหน่งแนวรับไปไม่น้อยทีเดียว และมากกว่าแนวรุกเสียด้วยซ้ำตั้งแต่เขาเข้ามาคุมทีม แต่ในฤดูกาลนี้พวกเขาเหลือปราการหลังตัวกลางเพียง 3 คนเท่านั้นคือจอห์น สโตน นิโคลัส โอตาเมนดี้ และไอเมริค ลาปอร์ก ซึ่งเป็ป กวาดิโอล่าคงจะวางแผนให้แฟร์นานดินโญ่ กองกลางตัวตัดเกมชาวบราซิเลี่ยนมาเป็นตัวเลือกที่ 4 ในตำแหน่งกองหลัง หลังจากที่พวกเขาไปคว้าตัวโรดรี้ กองกลางตัวรับมาจากแอตเลติโก มาดริด ซึ่งดาวเตะรายนี้ก็สามารถขยับมาเล่นปราการหลังตัวกลางในยามจำเป็นได้เช่นกัน

ในตำแหน่งแบ็คทั้ง 2 ฝั่งนั้น ฤดูกาลนี้พวกเขาไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะมีตัวเลือกให้ใช้งานเหลือเฟือ ทั้งไคลย์ วอร์คเกอร์ ชูเอา คันเซโล่ในตำแหนงแบ็คขวา ส่วนแบ็คซ้ายมีทั้งแบ็งฌาแม็ง เมนดี้ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ และอังเจลิโญ่ ซึ่งสามารถหมุนเวียนกันเล่นได้อย่างสบาย แต่ในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางนั้นกลับต้องเจอปัญหามาตั้งแต่ต้นฤดูกาล เพราะไอเมริค ลาปอร์ก กองหลังตัวหลักนั้นบาดเจ็บ ส่วนจอห์น สโตน กับนิโคลัส โอตาเมนดี้นั้นฟอร์มก็ 3 วันดี 4 วันไข้ ทำให้กุนซือวัย 48 ปีขยับเอาแฟร์นานดินโญ่ มายืนเป็นปราการหลังตัวกลางบ่อยครั้งในฤดูกาลนี้ และคาดว่าเขาจะกลายเป็นปราการหลังตัวกลางไปเรียบร้อยแล้วหลังจากนี้ อย่างน้อยก็ในฤดูกาลนี้ ที่ยังไม่สามารถหากองหลังรายใหม่เข้ามาเสริมทีมได้ ซึ่งกองกลางทีมชาติบราซิลวัย 34 ปีก็ทำผลงานได้ไม่เลว แต่ถึงอย่างไรการที่ไม่ได้เป็นกองหลังอาชีพ ก็ทำให้มีจุดผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ และยังไม่เนียนตามที่ยอดกุนซือชาวสเปนต้องการ ซึ่งสุดท้ายแล้วมันก็กลายเป็นปัญหาของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะการขาดกองหลังทำให้ทีมทำคะแนนหล่นบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา และต้องตามหลังลิเวอร์พูลอยู่หลายคะแนนในเวลานี้

 

ตำนาน “เรือใบ”

   

  ก่อนหน้านี้ในช่วงที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ยังไม่ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบในตอนนี้ มักมีแฟนบอลพูดเล่นกันว่าหากว่าถามถึงตำนานของสโมสรอื่นอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล หรือว่าแม้แต่อาร์เซน่อลก็ตาม ทีมเหล่านี้ก็จะมีตำนานนักเตะของสโมสรที่พูดชื่อไปแฟนบอลทีมอื่นก็รู้จักในทันที แต่ในรายของแมนเชสเตอร์ ซิตี้กลับไม่เป็นแบบนั้น เพราะพวกเขาไม่ใช่ทีมที่เคยประสบความสำเร็จในอดีต โดยก่อนหน้าที่จะมีการเทคโอเวอร์สโมสรในช่วงที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้เคยได้แชมป์ลีกสูงสุดเพียง 2 ครั้งเท่านั้น และต้องย้อนกลับไปหลายสิบปีเลยทีเดียว ทำให้แฟนบอลทีมอื่นอาจจะมองว่าพวกเขาไม่มีตำนานของสโมสรเลยก็เป็นได้

แต่ตอนนี้แฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” คงจะพูดตอบกลับได้อย่างเต็มปากเต็มคำแล้วว่าตำนานของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็คือเซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าของทีมนั่นเอง ซึ่งพวกเขาไปทุ่มเงินกว่า 35 ล้านปอนด์คว้าตัวมาจากแอตเลติโก มาดริด ซึ่งถือว่าเป็นค่าตัวที่แพงเอาเรื่องทีเดียวในตอนนั้น แต่สุดท้ายมันกลับกลายเป็นการซื้อที่คุ้มค่าเอามากๆ เพราะตั้งแต่ดาวเตะหมายเลข 10 รายนี้ย้ายมาสู่สโมสร เขาก็สามารถบันดาลแชมป์ให้กับทีมได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเขาอยู่ในทุกแชมป์ของสโมสรตลอด 8 ปีที่ผ่านมา และล่าสุดที่เขาทำแฮตทริคใส่แอสตัน วิลล่าในนัดที่ทีมบุกถล่มคารังวิลล่า พาร์ค 6-1 ทำให้เขากลายเป็นดาวเตะที่ทำแฮตทริคได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกแซงหน้าอลัน เชียร์เรอร์ กองหน้าระดับตำนานของลีกไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นยังแซงเธียร์รี่ย์ อองรีในสถิติการเป็นคนต่างชาติที่ทำประตูได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกอีกด้วย ถึงแม้ว่าสถิติดาวยิงสูงสุดจะยังเป็นรองอลัน เชียร์เรอร์อยู่อีกหลายสิบประตูก็ตาม แต่เขามีโอกาสไต่ขึ้นไปถึงอันดับ 2 ของตารางดาวซัลโซตลอดการลของพรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว ซึ่งหากเขาอยู่ช่วยทีมในฤดูกาลหน้าอีก จะทำให้เขาอยู่กับทีมครบ 10 ปี และจะมีโอกาสจัดแมตช์เกียรติยศทันที ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเหตุผลที่ทำให้เขากลายเป็นตำนานของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปเรียบร้อยแล้วในตอนนี้ และมันเป็นสิ่งที่เซร์คิโอ อเกวโร่คู่ควรอย่างยิ่งหลังจากทุ่มเทเพื่อสโมสรมาโดยตลอดในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม

โอกาสยาก แต่ก็น่าลอง

  หลังจากทำแฮตทริคใส่แอสตัน วิลล่า ได้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้สถิติการทำประตูพรีเมียร์ลีกตลอดกาลของ เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ที่ 177 ประตู จากการลงเล่น 255 นัด ทำให้ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 5 ของอันดับดาวซัลโวตลอดกาลแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าการที่เขาเองอายุเพียง 31 ปี ทำให้ยังมีโอกาสที่จะเพิ่มประตูได้อีกอย่างน้อยก็ 2-3 ปี โดยเป้าหมายสูงสุดน่าจะเป็นการทำสถิติการทำประตูให้ดีกว่า อลัน เชียเรอร์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังฤษที่ลงเล่นให้กับ เซาแธมป์ตัน แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส และ นิวคาสเซิ่ล ที่ 260 ประตู ซึ่งก็น่าจะทำได้ยากพอสมควร นอกจากนี้ยังจะมีคู่แข่งอย่าง แฮร์รี่ เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษของสเปอร์สอีกคน ที่น่าจะเข้ามามีส่วนในการทำประตูเทียบเท่าหรือมากกว่า อลัน เชียเรอร์ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าทั้ง เคน และ อเกวโร่ มีโอกาสที่จะสร้างสถิติขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

มาตรฐานที่ตกลงไปของ เรือใบสีฟ้า

  การตกไปอยู่อันดับที่ 3 ของตารางฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่ามาตรฐานของเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกต่ำลงไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการที่ต้องตามลิเวอร์พูลทีมจ่าฝูงถึง 14 คะแนน และแข่งมากกว่าหนึ่งนัด ถ้าถามถึงสาเหตุของมาตรฐานที่ตกต่ำลงไปก็จะมีทั้งปัญหาของกองหลังโดยเฉพาะการเสียนักเตะแกนหลักอย่าง แอมริก ลาปอร์ต กองหลังดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสที่เจ็บยาว ทำให้นักเตะอย่าง เฟอร์นันดินโญ่ ต้องลงมาเล่นแทนตำแหน่งของเขา อีกครั้งนักเตะอย่าง โอตาเมนดี้ และ จอห์น สโตน ก็ไม่อยู่ในฟอร์มที่จะฝากฝังได้เลย ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสียประตูอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา และอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำคะแนนหายไปเยอะคือการปรับเปลี่ยนแก้เกมส์ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในช่วงสถานการณ์ที่สำคัญ ส่วยใหญ่จะตัดสินใจผิด ทำให้ทีมแพ้ไปหลายนนัดโดยเฉพาะเกมส์ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่แพ้วูลฟ์ ไป 2-3 ทั้งที่นำอยู่ 2-0 ดังนั้นในช่วงเวลาที่เหลือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คงจะไม่คิดที่จะป้องกันแชมป์แล้ว อาจจะมองไปที่การจบที่รองแชมป์มากกว่า และไปลุ้นแชมป์กับฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกแทน